ข่าว ผลงานแมนยู

ผลงานน่าอับอายในเกมยุโรปของ “แมนฯ ยูไนเต็ด”

การมาของ โซลชา ดูเหมือนจะเป็นความหวังของแฟนผี แมนฯ ยูไนเต็ด ที่น่าจะมีดีกว่า กุนซือเก่าอย่างโชเซ่ มูรินโญ่ แต่ช่วงแรกนั่นทุกอย่างก็เป็นไปได้สวย แต่เหตุการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกพรีเมียร์ลีกมาได้ ผลงานของทีมก็ตกต่ำลงทันที

    แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนดีใจกันสุดขีดในตอนที่พวกเขาพลิกสถานการณ์ผ่าน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ แต่สุดท้ายทีมของ โซลชา ก็ต้องจอดป้ายแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังจากแพ้ บาร์เซโลน่า คาบ้าน 0-1 ในนัดแรก ก่อนจะออกไปแพ้ 0-3 ทื่ คัมป์ นู

    ทั้งนี้ การแพ้ด้วยสกอร์รวม 0-4 ถือเป็นความปราชัยแบบสกอร์รวมในเกมยุโรปที่ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยสถิติเดิมก่อนหน้านี้คือการแพ้ เอซี มิลาน 2-5 ในเกม ยูโรเปี้ยน คัพ (ชื่อเดิมของ แชมเปี้ยนส์ ลีก) เมื่อซีซั่น 1957-58 และการพ่าย แอตเลติโก มาดริด 1-4 ในเกม คัพ วินเนอร์ส คัพ รอบ 16 ทืมสุดท้าย เมื่อซีซั่น 1991-92

    นอกจากนี้ นี่ยังเป็นฤดูกาลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ในเกมระดับทวีปยุโรปต่อ 1 ซีซั่นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ร่วมด้วย ที่จำนวน 5 นัด แถมตอนที่แพ้ บาร์เซโลน่า คาบ้าน มันยังถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงตรงกรอบไม่ได้เลยในเกมยุโรปอีกต่างหาก

แมนเชสเตอร์ กลายเป็นสีฟ้าหนักขึ้น

    ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ถือเป็นทีมที่ดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด “เรือใบสีฟ้า” ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง และคว้าแชมป์ได้เป็นกอบเป็นกำ ต่างกับอริร่วมเมืองที่ได้แชมป์ไปเพียงแค่ไม่กี่รายการ นับตั้งแต่ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกลาทีมไปเมื่อปี 2013

    ในฤดูกาลนี้สีฟ้าของ แมนฯ ซิตี้ ก็ขยายขอบเขตครอบคลุมเมืองแมนเชสเตอร์มากขึ้น เมื่อ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของพวกเขากลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่บุกไปเก็บชัยชนะที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้ครบทั้ง 3 นัดแรก แถมซีซั่นนี้ แมนฯ ซิตี้ ยังชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบไปกลับด้วย โดยมันถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 ที่ แมนฯ ซิตี้ สามารถเอาชนะคู่อริร่วมเมืองในลีกได้ทั้งเหย้าและเยือน